ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก คู่ประจำวันอาทิตย์ที่ 30 เมษายน 2017 ที่ ริเวอร์ไซด์ สเตเดี้ยม “สิงห์แดง” มิดเดิลสโบรห์ รองบ๊วยของตาราง รับการมาเยือนของ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อันดับ 4 ของตารางเจ้าบ้านจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเก็บ 3 แต้มเพื่อทำอันดับขยับพ้นโซนตกชั้น โดยเกมนี้สตีฟแอ็กนิวส่งคริสเตียน สตูอานี, สจ๊วต ดาวนิง, อดัมเคลย์ตัน และมาร์เทน เด รูน ทำเกมตรงกลาง โดยมีอัลบาโร เนเกรโด้ เป็นหัวหอกตัวเป้าทางฝั่งผู้มาเยือนของกุนซือเป๊ปกวาร์ดิโอลา ไม่มีปัญหาการจัดผู้เล่นลงสนาม ขุมกำลังหลักหน้าเดิมอย่างแวงซองต์กอมปานี, นิโคลัส โอตาเมนดี้, แฟร์นันดินโญ รวมถึงแกนรุกที่วันนี้เลือกเควินเดอบรอยน์ ลงปั้นเกมข้างหลัง กาเบรียล เชซุส และ เซร์คิโอ อเกวโร พร้อมลงสนามครบครัน นอกจากนี้ยังส่ง อเล็กซ์การ์เซีย กองกลางดาวรุ่งออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในแดนกลางเป็นครั้งแรกอีกด้วยเกมในครึ่งเวลาแรกแม้ทีมเยือนจะมีโอกาสครองบอลเหนือกว่าอย่างชัดเจน ทว่าโอกาสทำประตูบุกกดดันใส่กันกลับใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตาม ช่วงท้ายครึ่งแรกนาทีที่ 38 จากโอกาสโต้กลับของเจ้าถิ่นโดยจอร์จเฟรนด์ ที่ผ่านบอลยาวมาให้สจ๊วต ดาวนิง ได้กระชากบอลจากริมเส้นฝั่งซ้าย ก่อนจะปาดเข้าในเขตโทษมาถึงเท้าอัลบาโร เนเกรโด้ได้ซัดใส่ทีมเก่าเน้นๆหนีมือวิลลี กาบาเยโล เข้าประตู ส่งให้สิงห์แดงขึ้นนำ 1-0

ครึ่งหลังเป๊ปปรับแท็คติกด้วยการถอดกาแอลกลิชีและอเล็กซ์ กาเซียร์ออก แล้วส่ง ลีรอย ซาเนรวมถึงราฮีม สเตอร์ลิง ลงเล่นแทนแม้แมนฯซิตี้จะยังคงเดินเกมรุกชนิดพับสนามบุกใส่โบโร่อยู่เพียงฝ่ายเดียวตลอดครึ่งเวลาหลัง ทว่าก็ไม่สามารถทวงประตูคืนได้ จนกระทั่งนาทีที่ 69 เมื่อผู้ตัดสินเป่าให้ทีมเยือนได้ลูกจุดโทษ โดยมองว่ามาร์เทน เด รูน เจตนาตัดฟาวล์ลีรอย ซาเนล้มในเขตโทษ และเป็นกุน อเกวโรรับหน้าที่สังหารสวนตัวแบรด กูซาน ตุงตาข่าย และกลายเป็นประตูที่ 18 ของเจ้าตัวในเกมลีกฤดูกาลนี้ เรือใบสีฟ้าไล่มาเป็น 1-1แต่แล้วนาทีที่ 78 แฟนบอลเจ้าถิ่นได้เฮลั่นสนามอีกครั้ง เมื่อจังหวะส่องฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษโดยสจ๊วต ดาวนิงที่ซัดไปติดเซฟวิลลี กาบาเยโรดันไม่พ้นหน้าปากประตูตัวเอง สุดท้ายเป็นคัลลัมแชมเบอร์ส กองหลังตัวยืมจากอาร์เซนอลได้ซัดโล่งๆ ส่งให้โบโร่แซงนำ 2-1สกอร์กลับมาเป็น 2-2 ในนาทีที่ 85 เมื่อกุน อเกวโรตัดบอลโด่งข้ามแนวรับมาถึงกาเบรียล เชซุสได้โอกาสโขกจ่อๆตุงตาข่าย