หลังพลาด เจอร์เกน คล็อปป์ เตรียมกลับมาเดินเครื่องล่าแต้มอีกครั้งในการบุกเยือน วัตฟอร์ด

เป้าหมายการผ่านเข้าไปเล่นศึก ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ของลิเวอร์พูลสุะดุดลงเล็กน้อยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วหลังถูก คริสตัล พาเลซ บุกมาทำแสบถึง แอนฟิลด์ ทั้งที่เป็นฝ่ายครองบอลบอลถึง 73 เปอร์เซ้นต์ แต่ทีมของ เจอร์เก้นคล็อปป์ ยังรักษาอันดับ 3 ในตารางเอาไว้ได้เพราะศึก แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ จบลงด้วยผลเสมออย่างไรก็ตามหงส์แดงยังต้องเจองานหนักต่อเนื่องด้วยการบุกเยือน วัตฟอร์ด ซึ่งแม้จะอยู่อันดับ 10 แต่ฟอร์มการเล่นในบ้านพร้อมสร้างปัญหาให้ทุกทีมที่มาเยือน

โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน และ ฟิลิปป์ คูตินโญ สองดูโอ้บราซิลเลี่ยนยังเป็นความหวังในแนวรุกของ ลิเวอร์พูล เช่นเดิม โดยเฉพาะในรายของ คูตินโญ ประตูขึ้นนำในเกมกับ คริสตัล พาเลซ ถือเป็นประตูที่ 13 ของเขาแล้วจากการยิงนอกกรอบเขตโทษนับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับทีมเมื่อปี 2013 เป็นรองเพียง ยายา ตูเร ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ทำไปแล้ว 14 ประตูจากการส่องไกลนอกกรอบอย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูล มีปัญหาในการจัดทัพเล็กน้อยเมื่อจะไม่มี แดนนีอิงส์, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, แร็กนาร์ คลาวาน และ ซาดิโอ มาเน ที่มีอาการบาดเจ็บ แต่ข่าวดีคืออาจจะได้ อดัมลัลลานา และ ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ กลับมามีชื่อในทีมอีกครั้ง แนวรับใช้ โจเอล มาติป จับคู่กับ เดยัน ลอฟเรน แดนกลางสามคนประกอบด้วย เอ็มเร ชาน, จอร์จินโญไวจ์นัลดุม และ อดัมลัลลานา ขณะที่แนวรุกมี ฟิลิปป์ คูตินโญ, โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน และ ดิว็อค โอริกี คอยล่าตาข่าย

วัตฟอร์ด ก็อยู่ในสภาพทีมที่ไม่สมบูรณ์เช่นกันเมื่อจะไม่มี โรแบร์โต้ เปร์ไรรา, เมาโร ซาราเต้, ยูเนสกาบูล และ เบน วัตฟอร์ต ที่มีอาการบาดเจ็บ แนวรับต้องใช้ มิเกลบริโตส จับคู่กับ เซบาสเตียนโพรเดิล แดนกลางมี เอเตียง กาปู, อับดุลลาย ดูคูเร และ ทอมเคลฟเวอร์รี คอยขับเคลื่อนเกม ขณะที่แนวรุกมี เอ็มบาน เนียง, นอร์ดิน อัมราบัต และ ทรอยดีนีย์ลิเวอร์พูล ปัจจุบันอยู่อันดับ 3 ของตารางมีคะแนนนำ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อันดับ 3 อยู่ 1 คะแนน และนำ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อันดับ 4 อยู่ 2 คะแนน แต่สองทีมจากเมืองแมสเชสเตอร์แข่งน้อยกว่า 1 นัดโรแบร์โต้ ฟีร์มิโน และ ฟิลิปป์ คูตินโญ สองดูโอ้บราซิลเลี่ยนยังเป็นความหวังในแนวรุกของ ลิเวอร์พูล เช่นเดิม โดยเฉพาะในรายของ คูตินโญ ประตูขึ้นนำในเกมกับ คริสตัล พาเลซ ถือเป็นประตูที่ 13 ของเขาแล้วจากการยิงนอกกรอบเขตโทษนับตั้งแต่ย้ายมา

{ Comments are closed }

เรือใบสีฟ้าชวดทำอันดับขึ้นไปรั้งท็อปทรีอย่างน่าเสียดาย

  ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก คู่ประจำวันอาทิตย์ที่ 30 เมษายน 2017 ที่ ริเวอร์ไซด์ สเตเดี้ยม “สิงห์แดง” มิดเดิลสโบรห์ รองบ๊วยของตาราง รับการมาเยือนของ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อันดับ 4 ของตารางเจ้าบ้านจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเก็บ 3 แต้มเพื่อทำอันดับขยับพ้นโซนตกชั้น โดยเกมนี้สตีฟแอ็กนิวส่งคริสเตียน สตูอานี, สจ๊วต ดาวนิง, อดัมเคลย์ตัน และมาร์เทน เด รูน ทำเกมตรงกลาง โดยมีอัลบาโร เนเกรโด้ เป็นหัวหอกตัวเป้าทางฝั่งผู้มาเยือนของกุนซือเป๊ปกวาร์ดิโอลา ไม่มีปัญหาการจัดผู้เล่นลงสนาม ขุมกำลังหลักหน้าเดิมอย่างแวงซองต์กอมปานี, นิโคลัส โอตาเมนดี้, แฟร์นันดินโญ รวมถึงแกนรุกที่วันนี้เลือกเควินเดอบรอยน์ ลงปั้นเกมข้างหลัง กาเบรียล เชซุส และ เซร์คิโอ อเกวโร พร้อมลงสนามครบครัน นอกจากนี้ยังส่ง อเล็กซ์การ์เซีย กองกลางดาวรุ่งออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในแดนกลางเป็นครั้งแรกอีกด้วยเกมในครึ่งเวลาแรกแม้ทีมเยือนจะมีโอกาสครองบอลเหนือกว่าอย่างชัดเจน ทว่าโอกาสทำประตูบุกกดดันใส่กันกลับใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตาม ช่วงท้ายครึ่งแรกนาทีที่ 38 จากโอกาสโต้กลับของเจ้าถิ่นโดยจอร์จเฟรนด์ ที่ผ่านบอลยาวมาให้สจ๊วต ดาวนิง ได้กระชากบอลจากริมเส้นฝั่งซ้าย ก่อนจะปาดเข้าในเขตโทษมาถึงเท้าอัลบาโร เนเกรโด้ได้ซัดใส่ทีมเก่าเน้นๆหนีมือวิลลี กาบาเยโล เข้าประตู ส่งให้สิงห์แดงขึ้นนำ 1-0

ครึ่งหลังเป๊ปปรับแท็คติกด้วยการถอดกาแอลกลิชีและอเล็กซ์ กาเซียร์ออก แล้วส่ง ลีรอย ซาเนรวมถึงราฮีม สเตอร์ลิง ลงเล่นแทนแม้แมนฯซิตี้จะยังคงเดินเกมรุกชนิดพับสนามบุกใส่โบโร่อยู่เพียงฝ่ายเดียวตลอดครึ่งเวลาหลัง ทว่าก็ไม่สามารถทวงประตูคืนได้ จนกระทั่งนาทีที่ 69 เมื่อผู้ตัดสินเป่าให้ทีมเยือนได้ลูกจุดโทษ โดยมองว่ามาร์เทน เด รูน เจตนาตัดฟาวล์ลีรอย ซาเนล้มในเขตโทษ และเป็นกุน อเกวโรรับหน้าที่สังหารสวนตัวแบรด กูซาน ตุงตาข่าย และกลายเป็นประตูที่ 18 ของเจ้าตัวในเกมลีกฤดูกาลนี้ เรือใบสีฟ้าไล่มาเป็น 1-1แต่แล้วนาทีที่ 78 แฟนบอลเจ้าถิ่นได้เฮลั่นสนามอีกครั้ง เมื่อจังหวะส่องฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษโดยสจ๊วต ดาวนิงที่ซัดไปติดเซฟวิลลี กาบาเยโรดันไม่พ้นหน้าปากประตูตัวเอง สุดท้ายเป็นคัลลัมแชมเบอร์ส กองหลังตัวยืมจากอาร์เซนอลได้ซัดโล่งๆ ส่งให้โบโร่แซงนำ 2-1สกอร์กลับมาเป็น 2-2 ในนาทีที่ 85 เมื่อกุน อเกวโรตัดบอลโด่งข้ามแนวรับมาถึงกาเบรียล เชซุสได้โอกาสโขกจ่อๆตุงตาข่าย

{ Comments are closed }